โหนกระแส รายการโหนกระแสย้อนหลัง 27 กันยายน 2561

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

โหนกระแส

โหนกระแส รายการโหนกระแสย้อนหลัง 27 กันยายน 2561

โหนกระแสวันนี้พบกับ..

โหนกระแส รายการโหนกระแสย้อนหลัง 27 กันยายน 2561 คลิปเต็ม

โหนกระแสย้อนหลัง

รายการโหนกระแส

โหนกระแส

โหนกระแส รายการโหนกระแสย้อนหลัง 10 กันยายน 2561

โหนกระแส รายการโหนกระแสย้อนหลัง 10 กันยายน 2561

โหนกระแส รายการโหนกระแสย้อนหลัง 27 กันยายน 2561

ทนายรูปหล่อกระอัก! “อัจฉริยะ” เปิดหลักฐานเด็ดครั้งแรก! แฉวิ่งเต้นซื้อสำนวน – ล้มคดีดาราสาว ขุดคดีเก่าอื้อ

โหนกระแสวันนี้เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ซึ่งเปิดโปงหลักฐานและพยานกรณีมีการวิ่งเต้นล้มคดีของดาราสาว เพื่อให้หลุดคดีร่วมกันจำหน่ายยาเสพติด พร้อมไฝว้จัดเต็มทนายรูปหล่อ ล่าสุดโหนกระแสวันที่ 27 ก.ย. โดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์- เวลา 13.30-14.10 น. ทางช่อง 28 ได้เปิดใจสัมภาษณ์ “อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์” ประชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม และ “คุณบ๊วย” แม่เด็ก 8 ขวบที่เสียชีวิต ถูกมือปืนยิงตัดขั้วหัวใจ ซึ่งออกมาแฉกลอุบายทนายรูปหล่อ ที่ทำให้ผู้ต้องหาหลุดรอดจากคดีดังกล่าว

แม่บ้วย เหตุการณ์เกิดขึ้นนานหรือยัง?

บ๊วย : “25 พ.ค. 58 วันนั้นเราได้ยินเสียงรถ เราแง้มหน้าต่างดู มีผู้ชายคนนึงเปิดกระจกแล้วควักปืนยิงเข้ามาบ้านเราเลย แล้วรถก็ขี่ไปเลยเป็นรถปิ๊กอัพ เราวิ่งออกไป เรานอนชั้นล่าง แม่เรานอนชั้นบน ปืนวิ่งเข้าชั้นบน กระจกแตกเราก็วิ่งออกไป เราก็ถามแม่ว่าแม่เป็นไรอะไรหรือเปล่า แม่บอกว่าโดนปืน”

มีกี่คน?

บ๊วย : “บ้านเราครอบครัวใหญ่มี 10 กว่าคน แต่นอนข้างบน 4 คน มีหลาน 3 คน และยาย 1 คน บ้านเราต่ำกว่าถนนอยู่ขอบสะพาน ถนนสูงกว่าเยอะ เราก็เหมือนได้ยินเสียงกระจกแตก ก็หลายนัด เราก็รีบวิ่งไปตามญาติให้เอารถออก แฟนก็ออกมาพร้อมกัน ไม่ทันถึงบ้านได้ยินเสียงว่าลูกเราถูกยิง”

ตอนนั้นอายุเท่าไหร่?

บ๊วย : “8 ขวบ เราวิ่งไปบนบ้านก็เจอแฟนกำลังอุ้มลูก เลือดออกปากออกจมูก แต่ตอนนั้นเราไม่รู้ว่าโดนตรงไหน แฟนก็รีบวิ่งเอาน้องไปส่งรพ. น้องเสียชีวิต โดนยิงตัดขั้วหัวใจ น้องนอนตะแคงหันหน้าเข้าถนน ยายเอาแขนพาดที่หลังน้อง กระสุนทะลุเลยมาเข้าแขนยาย กระสุนที่ฆ่าน้องอยู่ในแขนยาย ตอนนี้ผ่าออกแล้ว”

ประเด็นที่เกิดขึ้นตามมา คุณแม่เห็นผู้ต้องหา?

บ๊วย : “ค่ะ แรกเริ่มเลยผู้ต้องหาคนนี้เคยมาหาพี่ชายเรา แต่เราไม่รู้จักว่าเขาคือใคร เขามาถามหาเฉยๆ ว่าพี่เราอยู่บ้านมั้ย ในอาทิตย์นั้นมาหา 2 วันก่อนจะยิง เราก็ไม่ได้สนใจ ยอมรับว่าพี่ชายไม่ใช่คนดี มีเรื่องยาเสพติดตลอด เพราะคนที่มาเราไม่ต้อนรับอยู่แล้ว เราไม่ค่อยคุยเท่าไหร่ เราเป็นคนออกไปคุยกับเขา เราจึงจำหน้าเขาแม่น เขาตะโกนถามพี่ชายอยู่มั้ย เราจำหน้าได้ เขาก็มายิง”

วันที่ยิงเห็นยังไง?

บ๊วย : “เขาเปิดกระจกลงสุด แขนยื่นออกมาแล้วยิง บ้านก็ติดถนนเลยค่ะ น่าจะสิบเมตร แต่เราไม่เคยวัด”

เห็นชัดเจน?

บ๊วย : “เห็นชัดเจนค่ะ ยืนยัน เราไม่ได้แจ้งเลย เราโทรบอกกำนันที่หมู่บ้านว่าบ้านเกิดเรื่องมีคนมายิง กำนันมาที่บ้าน มีคนโทรแจ้งความ พอเราไปถึงโรงพยาบาล ตำรวจก็ไปถึงแล้ว เราก็ชุลมุนเรื่องลูก พี่ชายก็โทรมา เขาบอกว่าได้ข่าวว่าบ้านเราโดนยิงเหรอ หนูก็บอกว่าใช่ เขาก็ถามว่าหลานเป็นไงมั่ง ก็บอกว่าหลานตายแล้ว เขาบอกว่ากูรู้ว่าใครยิง เขาก็บอกชื่อให้ตำรวจฟังเลย พี่ชายเอารูปให้ดู เขาไม่กล้าเจอตำรวจ ส่งมาทางเฟซคนอื่น เราเห็นรูปก็บอกว่าใช่ จำได้เลย”

ตอนยิงกี่โมง?

บ๊วย : “เที่ยงคืนกว่า เรามีไฟหน้าบ้าน ไฟสองดวง ตอนนั้นเราตัดต้นไม้หมดเลย เพื่อจะถมโคกบ้าน”

ตอนได้ยินเสียงปืนยิงคุณกล้าเปิดผ้าม่านดูเหรอ?

บ๊วย : “เราเปิดไปดูก่อนเพราะได้ยินเสียงหมาเห่า ปกติบ้านนอกเขาเปิดหน้าต่างดูอยู่แล้วใครมา เพราะบ้านเราไม่มีรั้ว”

ตำรวจตอนแรกบอกว่าเป็นคนๆ นี้?

บ๊วย : “พี่ชายขอสายกำนัน ตอนแรกอิดออดเพราะตัวเองไม่ใช่คนดี กลัวสาวไปถึงยาเสพติด เราก็เลยบอกว่าหลานตายขนาดนี้ มึงต้องบอกแล้ว”

ตร.จับคนนั้นมาขึ้นศาล?

บ๊วย : “เราเป็นพยาน ไม่ได้มีเงินจ้างทนาย ขึ้นแล้วก็สู้กันตามปกติของศาลชั้นต้น จำไม่ได้ว่าวันที่ 1 หรือ 2 คนรูปหล่อเดินไปบ้านเราเลย คดียังไม่จบ กำลังสืบพยาน เข้ามาถึงบ้านเรียกเรา ตอนแรกเราก็ตั้งท่าเพราะรู้แล้วว่าเป็นทนายตรงข้าม เพราะตอนเราไปศาลครั้งแรกเขาหลอกถามเราว่านอนดึกเหรอ ตอนแรกเราไม่รู้ว่าคือทนายรูปหล่อ เราเข้าไปห้องพิจารณาคดีก่อนเวลา เราก็มานั่งคอย ทนายรูปหล่อก็เข้ามาคุย จนอัยการเข้ามาถึงถามว่ารู้จักเขาเหรอ เราก็บอกไม่รู้จัก อัยการก็บอกว่านี่แหละทนายฝั่งจำเลยจ้างมา เราถึงรู้ มาถามว่าตื่นเช้าเหรอ เข้างานกี่โมง ก่อนจะสืบพยาน เราก็ตอบหมด เราไม่รู้ คิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ศาล เขาก็บอกว่าที่มาถามข้อมูล เพราะจะให้ลูกความรับสารภาพ จะได้ไม่โดนโทษประหารชีวิต คนผิดก็ต้องยอมรับ เดี๋ยวกลับไปอีกวันจะให้รับสารภาพเลย”

มั่นใจว่าเป็นทนายหล่อ?

บ๊วย : “ใช่ เพราะตอนแรกทุกคนออกมาหมดเลย หลานบอกว่าทนายรูปหล่อคนนี้เหรอที่ว่าความน้อง โห หนูไม่น่านับถือเลย หนูเคยโทรไปปรึกษาคดีของน้องกับเขาเลยทางโทรศัพท์”

หลังจากนั้นยังไงต่อ?

บ๊วย : “หลังจากนั้นเราก็เจอที่ศาล เขาไปบ้านเราตรงนี้ๆ ใช่มั้ยที่เห็น พอถึงที่ศาล คนรูปหล่อไม่มองหน้าเราด้วยซ้ำ ทำเหมือนไม่รู้จักกัน และจำเลยก็ปฏิเสธทุกข้อหา ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 18 ปี แต่เราไม่เข้าใจคำพูดศาลท่าน ศาลท่านถามอัยการว่าปิดคดีใน 7 วันได้มั้ย อัยการก็บอกว่าได้ไม่มีปัญหา เราก็เลยคิดว่าตรงนี้หรือเปล่าที่หลอกถามเราแล้วเอาไปแนบ ชั้นอุทธรณ์เราไม่ได้ไปยุ่ง เพราะเราเป็นแค่พยาน”

ทำไมมาหลุดได้?

บ๊วย : “เราไม่รู้เลย”

อัจฉริยะ : “มันเป็นเรื่องอัยการ เป็นเรื่องการแก้อุทธรณ์ สองฝ่ายมีสิทธิ์ตามกฎหมาย พี่เขาก็ยื่นในศาลฏีกาอยู่”

ตกลงบุคคลที่เป็นจำเลย เห็นบอกว่าไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ ไปอยู่ที่อื่นจริงมั้ย?

บ๊วย : “อันนี้ไม่รู้เลย เพราะตอนสืบพยาน พยานคือลูกเขา ที่เราไปนั่งฟังนะ แต่ที่เราเห็นพยานฝั่งเขา มีลูกเขาคนเดียว”

ทางทนายรูปหล่อกับฝั่งนี้เขาสนิทกันเป็นเครือญาติกันจริงหรือเปล่า?

บ๊วย : “ที่เรารู้จากพี่ชายเรา จำเลยคุยในคุก ว่ายังไงก็หลุด คนรูปหล่อดังจะตาย ยังไงก็หลุด ไม่กลัวหรอก เขาเป็นญาติกับเลขาคนรูปหล่อแต่ไม่ได้เป็นญาติกับคนรูปหล่อ”

ที่ช้ำใจมากคืออะไร?

บ๊วย : “เราไม่ได้ก้าวล่วงศาลท่านนะคะ เรายอมรับอยู่แล้ว แต่ที่เราอยากจะพูดคือการเป็นคนรูปหล่อต้องการมีชื่อเสียงเงินทอง แต่ใช้กลลวง ถ้าคุณเข้ามาดีๆ ก็ว่าไป แต่นี่คุณใช้กลลวงกับเราซึ่งไม่มีความรู้อะไร มาหลอกถามข้อมูลเรา เพื่อเอาไปช่วยจำเลย ถ้าเราแพ้ตามที่ศาลท่านตัดสินเรายอมรับ ที่เราออกมาพูดไม่ได้ก้าวล่วง แค่อยากให้รู้ว่าคนรูปหล่อมีกลลวงขนาดไหน สังคมยกย่องแต่จริงๆ ไม่ใช่ ถ้าชนะใสๆ ตามกฎหมาย เราไม่ติดใจอะไรอยู่แล้ว”

คิดว่าตรงไหนเขาถึงทำให้ชนะ?

บ๊วย : “เราคิดว่าเขาเข้าไปถ่ายรูปในบ้านเรา คือจากบ้านเราถึงถนนกี่เมตร เหมือนแอบถ่ายรูปตอนมืด ถ้าเราไม่หลงกลเขา เราไม่ให้เขาเข้าบ้านเราก็ได้ ควรมีจรรยาบรรณ และมนุษยธรรมมากกว่านี้”

สมมติเป็นไปตามทนายรูปหล่อบอกว่าคุณมองไปอาจไม่เห็นก็ได้ตอนกลางคืน?

อัจฉริยะ : “โดนหลักจรรยาบรรณวิชาชีพเขาไม่ทำกัน เพราะเป็นคู่ความกัน เข้าบ้านไม่ได้อยู่แล้ว แล้วนี่มาโดยใช้กลอุบาย”

ติดใจตรงนี้?

อัจฉริยะ : “ใช่ คุณมาให้คำมั่นสัญญาว่าคุณจะให้ลูกความคุณรับสารภาพ เขาถึงยอมให้คุณเข้ามาในบ้าน มาถ่ายรูป ถ่ายอะไร เขาเรียกว่ากลอุบายที่สกปรก แล้วเอาไปใช้ในการซักค้านซึ่งมันไม่ควรทำ วิธีการแบบนี้เขาเรียกทนายสายโจร โดยมรรยาทเขาไม่ทำกัน สู้กันในข้อกฎหมาย ไม่ได้เอาความเจ็บปวดของแม่อายุ 8 ขวบ ซึ่งเขาเจ็บปวดทุกข์ทรมาน สูญเสียลูกไปจากการกระทำที่โหดเหี้ยม แล้วเกี่ยวพันค้ายาเสพติด คนแบบนี้เหรอที่คุณทำเพื่อประชาชน วันนี้สิ่งที่บอกคุณช่วยคดีค้ายาเสพติดและฆ่าเด็ก 8 ขวบ มันเหมาะสมและถูกต้องมั้ย”

พี่อัจมองว่าทนายรูปหล่อคนนี้ไปเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดอีกแล้ว?

อัจฉริยะ : “ใช่ แล้วคดีที่สองคือไปหลอกลวงสองสามีภรรยาที่ส่งออกอาหารทะเล และไปเรียกเก็บเงินเขา 5 แสน จาก 7 แสน โดยเพียงแค่คุณแนะนำให้เขาไปยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกับอัยการ คดีที่เขาไปวิ่งเพื่อให้ผู้ต้องหาได้รับโทษมากขึ้น ไม่ได้วิ่งให้ผู้ต้องหาพ้นผิดนะ คุณเป็นนักกฎหมาย มีความรู้ด้านกฎหมาย คุณใช้วิธีรู้จักอัยการ วิ่งเต้นได้ให้เขาสืบสองคำ แล้วเรียกเขา 7 แสน แต่เขาให้ 5 แสน อ้างว่าจะเอาเงินสดไปให้อัยการ สุดท้ายศาลตัดสินมาคำเดียว คุณก็ไม่ยอมคืนเงินเขา จนเขาทวง มีการบันทึกเสียงเอาไว้ นอกจากนั้นยังไม่พอ ถึงวันนี้คุณยังให้คนไปข่มขู่เขา เรามีวงจรปิด มีหลักฐานทุกเรื่อง ถ้าไม่จริงมาฟ้องผมเลย เรื่องที่สามคือไปลวนลามผู้หญิง เรามีหลักฐาน”

คือเรื่องอะไร?

อัจฉริยะ : “คือทำทีบอกผู้หญิงว่าตัวเองเป็นโสด ไม่มีครอบครัว อยู่แบบชายโสดมา 2 ปีชวนเขาไปโน่นไปนี่ พอได้จังหวะก็ตีสนิทไปบ้านเขา พอเขาอยู่บ้านไม่มีผู้ใหญ่ก็ลวนลานเขา อีกเรื่องก็คือขณะนี้นอกจากสองสามเคสที่เราพูดก็มีเรื่องความเก่า ตามไปช่วยคนที่วิ่งเต้นคดียาเสพติด กุ้งมังกรนี่คดีนึง และมีอีก 2 เคสที่มาร้องเราอีก”

เรื่องกุ้งมังกรนี่คืออะไร?

อัจฉริยะ : “คือกุ้งมังกรมีคนๆ นึง ชวนคนที่รู้เรื่องเกี่ยวกับการล้มคดีของดาราสาวไปกินกุ้งมังกรแถววัดท่าไม้ ก็ให้เงินเขามา 5 หมื่น แล้วบอกว่าห้ามนำความลับไปเผยแพร่ เขาไปกินกุ้งจริงๆ คนละตัว แต่มีเงิน 4 หมื่นให้เป็นน้ำจิ้ม วันที่ขึ้นศาลจะให้อีก 5 หมื่น ปรากฏว่าเขารู้ว่าเป็นการวิ่งเต้นเพื่อล้มคดี”

พี่มีหลักฐานอะไร และทำไมคิดว่าเป็นการวิ่งเต้นล้มคดี?

อัจฉริยะ : “นี่เป็นรายการแรกที่โชว์หลักฐาน ไม่เคยโชว์ให้ใครดู นี่คือสำนวนคดีที่คนรูปหล่อซื้อมาจากตำรวจ ไม่มีลายเซ็นตำรวจ นี่เป็นสำนวนคดีที่เป็นคำให้การของผู้ต้องหา ต้องบอกเลยว่านี่คือสำนวนคดีที่มีการซื้อมา ในคดีดาราสาว ให้ดูตัวอย่าง เป็นรายการแรก ซื้อทั้งแฟ้ม แต่เอามาให้ดูตัวอย่าง นี่เป็นคำให้การผู้ต้องหา ตามกฎหมายไม่สามารถเอาออกมาได้”

คดีเดียวกันแต่ไม่ใช่ดาราสาว?

อัจฉริยะ : “ก็ในกลุ่มดาราสาวนี่แหละ ได้มาทั้งแฟ้ม เอาแบบนี้ดีกว่า”

ทนายท่านนั้นไปซื้อสำนวนจากผู้ต้องหาอีกคนนึงเหรอ?

อัจฉริยะ : “ซื้อจากตำรวจ สำนวนนี้ก็เป็นของตำรวจ”

เป็นสำนวนแฟนดาราสาวใช่มั้ย?

อัจฉริยะ : “ทั้งหมดในคดี ไม่ว่าจะพยานหรืออะไร เหมือนรู้ข้อสอบก็เลยแก้ข้อสอบกัน”

เหมือนซื้อข้อสอบ?

อัจฉริยะ : “ในอดีต 2543 คนๆ นี้ไม่ได้ใช้ชื่อนี้ เขาใช้อีกชื่อ ณัฐวุฒิ นามสกุลก็ไม่ใช่นามสกุลปัจจุบัน มีคดีรุมโทรมเกิดขึ้นเมื่อ 25 ก.ย. 2543”

ไปกล่าวหาเขาหรือเปล่า?

อัจฉริยะ : “ผมมีหลักฐาน ผมพูดอะไรผมมีหลักฐาน ไม่จริงมาฟ้องผมได้ มีคดีรุมโทรม พื้นที่สอภ.กระทุ่มแบน สิ่งที่เกิดขึ้น คนร้องเรามา มากกว่า 5 เคส พูดง่ายๆ เป็นผ้าป่า อย่างที่ผมบอก ถ้าผมทำผิดมาแฉผมได้ เคสผมชี้แจงได้ แต่สำหรับคนนี้มีคนร้องเรามาไม่ต่ำกว่า 5 เคส และเกี่ยวพันกับคดียาเสพติดทั้งนั้น เกี่ยวกับเรื่องการวิ่งเต้น”

ด้วยเหตุผลอะไร ทำไมถึงต้องขยี้เรื่องนี้ ขยี้บุคคลท่านนี้?

อัจฉริยะ : “ยาเสพติดบ่อนทำลายชาติ การที่คุณมีเงินจากการค้ายาเสพติด แล้วคุณมาใช้เงินจากการทำผิดกฎหมาย วิธีสกปกรกจากการค้ายา เราถือว่าคนพวกนี้บ่อนทำลายชาติบ้านเมือง แล้วเอาเงินสกปรก มาวิ่งเต้นจ้างทนายโจร ตำรวจโจรบางคน อัยการบางคนที่เป็นสายโจร ทำการล้มคดี โดยการจ้างพยานเท็จ จ้างให้เบิกความเท็จ ไม่ให้ตรงกับสำนวน เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้ต้องหาคดียาเสพติด ผมถามว่าคนพวกนี้เป็นพวกจัญไรมั้ย พวกนี้อย่างที่ท่านสมหมายบอก พวกค้ายาเสพติดเป็นพวกเลว”

ท่านผู้บัญชาการนครบาลบอกว่าถ้าร้องไปไม่ได้เป็นตามที่พูดต้องรับผิดชอบ?

อัจฉริยะ : “ผมเป็นลูกผู้ชาย ผมทำอะไรผมรับผิดชอบ ฟ้องร้องผมได้ถ้าไม่จริง ในการทำงานครั้งนี้ทำเพื่อประเทศชาติ เพื่อส่วนรวม ไม่ใช่ขัดแย้งส่วนตัว และไม่มีเรื่องเกี่ยวกับผลประโยชน์ เพราะหวย 30 ล้านผมเคยประกาศแล้วว่าถ้าตาจรูญได้เงินกี่ล้านก็แล้วแต่ไม่ต้องมาให้ผมสักบาทเดียวเพราะเป็นเงินอาถรรพ์ คดีหวย 30 ล้าน ใครได้เงินก็เอาไปแต่ผมไม่เอาแม้แต่บาทเดียวและผมไม่เคยมีผลประโยชน์อะไรกับคนรูปหล่อคนนี้อยู่แล้ว ที่เราทำเพื่อผลประโยชน์ประเทศชาติ เราปล่อยไม่ได้”

พี่มีหลักฐานทั้งหมด?

อัจฉริยะ : “เรามีหลักฐานทุกชิ้น นี่เป็นตัวอย่างแรกนะ เรามีเคสสองสามีภรรยาที่ถูกหลอกลวงอีก”

 

โหนกระแส รายการโหนกระแสย้อนหลัง

โหนกระแส รายการโหนกระแสย้อนหลัง

มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแส  เวลาใหม่ จันทร์-ศุกร์ เวลา 17.20 น.

 

หนุ่ม กรรชัย โหนกระแส, หนุ่ม กรรชัย , รายการโหนกระแสทุกตอน, รายการโหนกระแสย้อนหลัง, โหนกระแส, โหนกระแส 27 ก.ย. 61, โหนกระแส 27 กันยายน 61, โหนกระแสย้อนหลัง, โหนกระแสย้อนหลังทุกตอน, โหนกระแสย้อนหลังทุกตอน

 

 

 โหนกระแสย้อนหลังทุกตอน

 


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
รายการทีวีย้อนหลัง แนะนำ, โหนกระแส
- 27-09-2018 5:14:55 โพสต์โดย : zoomza 546 คน ดูทีวีย้อนหลัง
  • รายการทีวีย้อนหลังล่าสุด

  • ละครย้อนหลัง

  • ผลหวย ตรวจหวย

  • ท่องเที่ยว

  • คำค้นยอดฮิต

    ดูตื่นมาคุย ดูตื่นมาคุยตอนแรก ดู นาทีฉุกเฉิน ดู นาทีฉุกเฉินย้อนหลัง ดูบอกเก้าเล่าสิบ ดูศึกวันดวลเพลง ดูเป็นต่อย้อนหลัง ตื่นมาคุย ตื่นมาคุยตอนแรก ตื่นมาคุย ย้อนหลัง ตื่นมาคุยย้อนหลัง ทีวีย้อนหลังช่องเก้า นาทีฉุกเฉิน นาทีฉุกเฉินย้อนหลัง บอก9เล่าสิบ บอก9เล่าสิบ ย้อนหลัง บอกเก้าเล่าสิบ บอกเก้าเล่าสิบ ย้อนหลัง ปริศนาฟ้าแลบ ปริศนาฟ้าแลบ ช่อง workpoint ปริศนาฟ้าแลบย้อนหลัง ผู้กองเจ้าเสน่ห์ย้อนหลัง รายการตื่นมาคุย รายการนาทีฉุกเฉิน รายการนาทีฉุกเฉินย้อนหลัง รายการบอก9เล่าสิบ รายการปริศนาฟ้าแลบ รายการย้อนหลัง รายการศึกวันดวลเพลง รายการเรื่องเด่นเย็นนี้ รายการโหนกระแสทุกตอน รายการโหนกระแสย้อนหลัง ศึกวันดวลเพลง ศึกวันดวลเพลงย้อนหลัง ศึกวันดวลเพลงล่าสุด หนุ่ม กรรชัย หนุ่ม กรรชัย โหนกระแส เจาะข่าวเด่น เป็นต่อ เป็นต่อย้อนหลัง เรื่องเด่นเย็นนี้ตอนล่าสุด เรื่องเด่นเย็นนี้ย้อนหลัง โหนกระแส โหนกระแสย้อนหลัง โหนกระแสย้อนหลังทุกตอน